◘ Coffee Cup ◘
posted on 11 May 2009 09:58 by babysiste2 in Short-Special◘ Coffee Cup ◘
Couple - Jonghun ♥ Hongki
วันอาทิตย์
แดดอุ่นยามสายละลายความเหน็บหนาวในช่วงเช้า ดวงตะวันสะท้อนน้ำค้างเม็ดกลมบนยอดหญ้าวาวระยับ ท้องฟ้าสีน้ำเงินจัดตัดกับปุยเมฆขาวฟูลอยเกลื่อนฟ้า รองเท้าผ้าใบแคนวาสสีขาวเหยียบย่างลงไปบนพื้นหญ้าเขียวขจีอย่างช้าๆ ราวกับไม่มีเรื่องราวรีบเร่งอะไรในชีวิต อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดเพียงวันเดียวของเขาในรอบสัปดาห์ เขาใช้เวลาในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขับรถจากคอนโดมิเนียมหรูกลางเมืองหลวงออกมายังโบสถ์เล็กๆแถบชานเมือง ใช้เวลาประมาณสองสามชั่วโมงในโบสถ์ และออกมาเดินเล่นสูดกลิ่นใบไม้ใบหญ้าเล่นรอบโบสถ์เหมือนที่เคยชอบทำเป็นประจำ
ชายหนุ่มยังคงเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อย ห่างจากโบสถ์ออกมาเรื่อยๆ สองข้างทางยังคงเรียงรายด้วยต้นไม้สูงแผ่ก้านใบหนาครึ้ม ปลายยอดเริ่มผลิใบอ่อนเผื่อต่อยอดชีวิตของมันต่อไปเรื่อยๆ โบสถ์นั้นตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ เดินเลาะรั้วมาเรื่อยก็จะเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ เขาสะดุดตากับบ้านไม้หลังเล็กริมถนน กั้นรั้วไม้เตี้ยๆสีขาว ชายคาตีระแนงปลูกดอกมอร์นิ่งกลอรี่ทอดยอดกระหวัดเกี่ยวซีกระแนง อวดดอกสีม่วงจัดต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังกลับมาเยือนอีกครั้ง บ้านไม้หลังนั้นกลายเป็นสีเขียวทั้งหลังเพราะต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยเกาะเต็มไปหมด เมื่อมองทะลุหน้าต่างกระจกบานใสเข้าไป เขาก็มองเห็นตู้แช่ขนมเค้กเล็กๆ ประตูกระจกกรอบวงกบสีขาวสะอาดมีป้ายไม้กระจุ๋มกระจิ๋มแขวนเอาไว้ว่า
Open
โมบายล์กระทบกันดังกรุ๋งกริ๋งก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงทักทายของพนักงานร้านกาแฟ
ชายหนุ่มยืดตัวมองไปรอบๆอย่างพึงใจในบรรยากาศ ร้านกาแฟเล็กๆมีโต๊ะอยู่เพียงสองสามตัว ส่วนริมหน้าต่างนั้นจัดเป็นโต๊ะตัวสูงสีขาวเข้ากับสตูลไม้ กลิ่นหอมของกาแฟตลบอบอวลไปทั่วร้าน ผสมกลิ่นนมเนยโชยฉุยจากครัวด้านหลัง ยิ่งชวนให้หิวเข้าไปใหญ่ แต่เขาไม่ชอบกินขนมหวาน จึงตั้งใจจะสั่งเพียงคาปูชิโน่ร้อนดับเบิ้ลช็อตมานั่งละเลียดเพียงลำพังบนสตูลตัวสูงริมหน้าต่าง
“คาปูชิโน่.../ “คาปูชิโน่ร้อนดับเบิ้ลช็อตที่นึงฮะ”
เงาของใครบางคนทาบทอบนตัวเขา เอ่ยปากสั่งกาแฟชนิดเดียวกันกับเขา แถมยังดับเบิ้ลช็อตเหมือนกันอีกเสี้ยวหน้าหวานละไมนั้นคุ้นตาเขาเหลือเกิน ปลายจมูกโด่งแหลมและรอยยิ้มสดใสแต่ดวงตาหวานดำขลับกลับปนรอยอ้างว้างลึกๆ เขาใช้เวลาทบทวนความทรงจำเพียงครู่เล็กๆ พอนึกขึ้นได้ อีกฝ่ายก็หันกลับมาพอดี ตอกย้ำให้รู้ว่าเขาจำคนไม่ผิด
“จงฮุน”
“ฮงกี”
น้ำเสียงฝ่ายนั้นดูจะดีใจปนตกตะลึงที่ได้พบเขา ดวงหน้าที่เคยอิ่มนวลนั้นซูบลงเล็กน้อย แต่ยังมีเค้าความหล่อเหลาเหมือนสมัยเจ็ดปีที่แล้วไม่มีผิด
“ไปไงมาไงเนี่ย ?”
เขายืดตัวตรงโดยอัตโนมัติเมื่อมืออุ่นประทับบนแผ่นหลัง ปั้นยิ้มอย่างขัดเขินเมื่อได้เห็นแววตาเงาระยิบระยับของฝ่ายนั้นอีกครั้ง
“ชั้นมาที่โบสถ์น่ะ...แล้วก็เลยมาหากาแฟกิน”
ฮงกีตอบเรียบๆ พยายามคุมน้ำเสียงให้อยู่ในโทนปกติ ไม่ตื่นเต้นกระโตกกระตากทั้งๆที่หัวใจเต้นตึกตักจนแทบทะลุออกมานอกอก
“อ้อ”จงฮุนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม แม้จะดูซูบลง แต่ฮงกีก็มองเห็นประกายความสุขล้อมรอบตัวเขา เหมือนรังสีออร่าบางๆกระจัดกระจายออกมาจากรอยยิ้มและดวงตาคู่นั้น
จงฮุนคงสบายดี
“แล้วนายล่ะ มาทำอะไรหรอ?...แล้ว เอ่อ...”ฮงกีนั่งจิกมือตัวเองเล่นไปมา เพื่อดึงดูดความสนใจจากรอยยิ้มที่ชวนให้หัวใจหวามไหวได้ทุกครั้งที่มองเห็นมัน
“มาคนเดียว...มา...”
“คาปูชิโน่ร้อนดับเบิ้ลช็อตได้แล้วค่ะ”
พนักงานสาวเอ่ยเสียงใส แก้วกาแฟเนื้อมุกขาวละเอียดเพ้นท์ลายดอกไม้เล็กๆเข้ากันทั้งตัวแก้วและขอบจานถูกเลื่อนมาตรงหน้า ฟองนมขาวละเอียดโรยด้วยอบเชยผงสีน้ำตาลหอมฉุน ฮงกีเลื่อนแก้วกาแฟต่อให้จงฮุน ตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย แต่จงฮุนกลับหันไปเอ่ยกับพนักงาน “ขอแบบนี้อีกแก้วนะฮะ”พร้อมรอยยิ้มหวานแถมไปด้วย ฮงกีทำหน้าประหลาดใจเมื่อจงฮุนเลื่อนแก้วกาแฟกลับมาให้
“จำได้ว่าชอบกินแบบนี้”
คำพูดของจงฮุนกระตุกความรู้สึกอ่อนไหวให้กลับมาเยือนอีกครั้ง
ทั้งคำพูด
ทั้งรอยยิ้ม
ทั้งแววตา
เป็นสิ่งที่ฮงกีเคยโหยหามาตลอดเวลาเกือบเจ็ดปี
เจ็ดปีที่จากกันและไม่เคยได้เจอกันอีก
กระทั่งวันนี้ ~
“ข...ขอบคุณนะ”
ฮงกีกลายเป็นคนติดอ่างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาเสมองฟองฟูของนมสดที่ตีด้วยเครื่องทำความร้อนจนเกิดฟองนุ่มละเอียด กาแฟรสขมหวานแตะปลายลิ้น ความร้อนของมันแผ่กระจายไปทั่วทั้งใบหน้า อากาศในร้านนั้นเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าร่างกายของเขาอุ่นด้วยเลือดที่สูบฉีดพล่านตั้งแต่หัวจรดเท้า
นอกจากเป็นคนติดอ่าง ฮงกียังพบกว่าเขายังกลายเป็นคนใบ้ มีเรื่องราวตั้งมากมายวนเวียนในหัว แต่เขากลับเรียบเรียงมันออกมาไม่ถูก คิดได้แต่คำถามโง่ๆซ้ำไปซ้ำมา
“สบายดีมั๊ย ?”
คำถามของเขา จงฮุนยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ
“สบายดี” “มา...คนเดียวหรอ ?”
เขาป้อนคำถามต่อไปโดยไม่มองหน้าคนถูกถาม แค่มองฟองนมในแก้วคาปูชิโน่ก็ทำให้หัวใจเต้นหนักมากพออยู่แล้ว และยิ่งจงฮุนหัวเราะ เขาก็ยิ่งพูดอะไรไม่ถูก
“นายถามชั้นไปแล้วนะ...”
อีกฝ่ายหัวเราะรื่น ฮงกีทำหน้าเหวอ แก้มอุ่นแดงจัดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอทำเรื่องเปิ่นๆออกไป
“อะ...หรอ ? คือ...”
“ตอบอีกทีก็ด้ายยยยยย”
จงฮุนลากเสียงยาว ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบบ้างก่อนตอบ
“มาคนเดียวจ้ะ”
หางเสียงจ๊ะๆจ๋าๆแบบนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่ปกติมากขึ้น เงยหน้ามองรอยยิ้มพราวของจงฮุนแล้วก็ต้องก้มหน้าสบตากับฟองนมในแก้วอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่อยากมองให้นานกว่านี้ มองให้สมกับที่คิดถึงมาเจ็ดปี แต่เขาทำไม่ได้กลัวจงฮุนจะรู้
สายใยความผูกพันธ์นั้นไม่ได้เปื่อยยุ่ยตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำ มันยังเกี่ยวกระหวัดพันรัดแน่นในหัวใจบอบบางของเขาขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงวันนี้
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ...กี่ปีแล้วนะ ? อืมม์ หนึ่ง...สอง...”
จงฮุนทำท่านับนิ้ว
“เจ็ด”
ฮงกีตอบสั้นๆ แล้วก็เบือนหน้าหนีรอยยิ้มจากอีกฝ่ายเช่นเคย
“จำแม่นจัง...”
เสียงจงฮุนพึมพำ
ใช่...ไม่มีอะไรเกี่ยวกับจงฮุนที่เขาจะลืมมันได้เลย
ทั้งคำพูด
ทั้งรอยยิ้ม
ทั้งแววตา
เจ็ดปีที่แล้วเป็นยังไง
เจ็ดปีผ่านไปก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ~
“ตั้งเจ็ดปีแน่ะที่ชั้นไม่เจอนาย...ทำไม รู้สึกเหมือนกับว่า เราเพิ่งจากกันเมื่อวานนี้เองนะ”
นั่นเป็นความรู้สึกของจงฮุน
แต่สำหรับฮงกีแล้ว
ไม่ใช่แค่เจ็ดปี
แต่เป็นสองพันห้าร้อยห้าสิบห้าวันที่เขาไม่ได้พบกับจงฮุนอีกเลยตั้งแต่วันจบการศึกษา
วันที่อาจจะเป็นวันสารภาพรักของใครต่อใคร
แต่กลายเป็นวันสิ้นสุดความสัมพันธ์ของเขาและจงฮุน
‘เลิกกันเถอะ’ทั้งที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเองแท้ๆ แต่ฮงกีกลับไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้น... ‘ชั้นต้องไปอเมริกา...’ ‘ชั้นรอนายได้นะ...’จงฮุนเอ่ย เสียงแผ่วเบาปลิวไปกับสายลมแรงบนดาดฟ้า ~ ‘ชั้นไม่ต้องการ เราเลิกกันเถอะ’แม้จะเป็นคนบอกเลิก...แต่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรเลย เจ็บกว่าด้วยซ้ำ ~เจ็บที่ต้องทำตัวเข้มแข็ง เจ็บที่จะต้องกลั้นน้ำตาเจ็บ...ที่ต้องลืม
แต่เชื่อไหม ? ทั้งหมดนั่น เขาทำไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว
เขายังคงคิดถึงจงฮุนอยู่เสมอ ไม่ว่าลมหายใจจะเข้าหรือออก กลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นเหงื่อที่ติดปกเสื้อนักเรียนนั้นยังคงอวลอยู่รอบกายเขา รอยยิ้มของจงฮุน แววตาหวานซึ้งหากแต่เศร้าและเคว้งคว้างของจงฮุนยังคงประทับอยู่ในใจเขา
กาแฟพร่องไปค่อนแก้ว แม้ฮงกีจะพยายามละเลียดมันอย่างเชื่องช้าเพื่อจะยืดเวลานี้ให้นานที่สุด แต่ดูเหมือนมันจะระเหิดระเหยไปในอากาศเสียหมด เขาเปลี่ยนเป็นใช้ช้อนกาแฟคนแล้วช้อนน้ำสีน้ำตาลขุ่นขึ้นจิบ ทว่าเพื่ออะไรเล่า ในเมื่ออีกประเดี๋ยว จงฮุนก็คงต้องจากไปอยู่ดี
กาแฟของจงฮุนใกล้จะหมดแก้วแล้ว
“แล้ว...นายมาทำอะไรที่นี่ ?”
ฮงกีพยายามค้นหาเรื่องชวนพูดคุย
เขาเห็นจงฮุนยิ้มกว้าง หัวใจก็พลอยสว่างสดใสไปกับรอยยิ้มนั้น
“มาโบสถ์ มาปรึกษาหลวงพ่อเรื่องแต่งงาน”
เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะเป็นเหน็บ...
หัวใจสั่นไหวรุนแรงอีกครั้งเมื่อได้ยินคำตอบของจงฮุน
พอจะเข้าใจแล้ว ทำไมฝ่ายนั้นจึงดูมีความสุขมากมายนัก ~
เพราะเหตุนี้เองหรือ
“งั้นหรอ ?”
เขาถามไปแบบนั้น...คำถามโง่ๆที่ไม่ควรจะถามอีกเลย เขาควรจะแสดงความยินดีมากกว่า
ใช่ไหม ?
“อื้อ...จะแต่งงานทีนี่ยุ่งชะมัดเลยนะ ไหนจะต้องเตรียมงาน เตรียมพิธิศาสนา หาชุด เชิญแขก วุ่นวายจริงๆ...แต่ว่า ก็มีความสุขนะ ถึงจะเหนื่อยไปหน่อยก็เถอะ...”
ดวงตาของจงฮุนวิบวับเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนั้น
ฮงกีจรดแก้วกาแฟบนริมฝีปาก กาแฟอุ่นหอมเข้มข้นผ่านปลายลิ้นไปถึงลำคอ มันกำลังอุ่นดีทีเดียว และไม่แปลกหากเขาจะดื่มมันจนหมดในครั้งนี้ ใช่เพื่อเป็นข้ออ้างในการบอกลาใครบางคนหรอกนะ...แต่เพราะกาแฟ หากทิ้งไว้จนเย็นแล้วมันจะอร่อยได้ยังไงล่ะ ถูกไหม ? เขาเหลือบเห็นจงฮุนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเหมือนกัน ฝ่ายนั้นเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ มันทำให้ฮงกีต้องวางแก้วกาแฟลงแล้วก้มลงดูนาฬิกาตามไปด้วย...
ครึ่งชั่วโมง
เวลาที่ขาดหายไปเจ็ดปีกลับคืนมาให้เขาแค่ครึ่งชั่วโมง
แล้วก็จะโบยบินจากเขาไปอีก
อาจจะ...ตลอดชีวิต
“อ๊ะ...ฮงกี ชั้นต้องขอตัวก่อนนะ”
จงฮุนลุกพรวด ควักแบงค์หมื่นวอนวางแปะบนเคาเตอร์ เอ่ยยิ้มๆ
“ชั้นเลี้ยง...โอกาสได้เจอเพื่อนเก่า ดีใจนะที่ได้เจอนายอีก”
ฮงกียิ้ม
แต่เขาคิดว่ารอยยิ้มที่มอบให้จงฮุนช่างเศร้าเหลือเกิน
“เออ...ขอเบอร์มือถือหน่อยสิ...น้องฮะ...มีปากกาให้ยืมมั๊ย ? พอดีลืมมือถือไว้ในรถน่ะ”
ประโยคหลังหันมาพูดกับฮงกี ซึ่งได้แต่พยักหน้ารับแต่ไม่ตอบอะไรออกมา
กระดาษกับปากกามาถึงมือแล้ว ฮงกีจัดการจดตัวเลขสิบหลักลงไปบนกระดาษแล้วเลื่อนให้จงฮุน ฝ่ายนั้นยิ้มกว้าง เอื้อมมือมาแตะเรือนผมของเขาแล้วขยี้เล่นอย่างคุ้นเคย
ยิ่งทำแบบนั้น เขาก็ยิ่งอ่อนไหว
ยิ่งอ่อนไหว ก็ยิ่งเจ็บปวด
“แล้วจะโทรหานะ...”
ก่อนโบกมือลา จงฮุนบอกกับเขาไว้อย่างนั้น
แต่ฮงกีกลับปฏิเสธในใจ
ไม่ต้องก็ได้...
ไม่ต้องกลับมาเจอกันอีก...
ก็ได้ ~
โมบายล์กรุ๋งกริ๋งดังขึ้นเมื่อจงฮุนผลักบานประตูออกไป ฮงกีลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“จงฮุน...”
“หือ ?”
ร่างสูงโปร่งหยุดชะงัก หันกลับมามองแล้วยิ้มสดใสเหมือนเคย
“เรื่องแต่งงาน...ยินดีด้วยนะ...”
หากมองไม่ผิด...เขาเห็นรอยยิ้มแบบงงๆของจงฮุนแว่บหนึ่งก่อนที่ฝ่ายนั้นจะพยักหน้าแล้วเดินจากไป
ฮงกีดื่มกาแฟจนหมดแก้ว เดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยกลับไปที่โบสถ์ รถของเขาจอดอยู่ที่นั่น แดดเริ่มจัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อใกล้เที่ยง เหงื่อผุดพรายตามไรผมที่ละเม็ด หางตาเรียวยาวชื้นแฉะ...
ไม่ใช่เพราะเหงื่อ
เจ็ดปี...
ถูกทดแทนด้วยเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
ชั่วระยะเวลากาแฟหนึ่งแก้ว
ฮงกียิ้มให้กับสายลม...
สายลมที่พัดความรักของเขากลับมา และพัดจากไป...อีกครั้ง
โทรศัพท์มือถือสั่นครืดๆ...
ข้อความจากเบอร์ไม่คุ้นเคยโชว์อยู่บนหน้าจอ
จงฮุนเองนะ...
อาทิตย์หน้าไปมากินกาแฟด้วยกันอีกไหม ?...
ฮงกียิ้มหม่น เขาควรจะตอบกลับข้อความนั้นไปว่ายังไงดีนะ ? ชายหนุ่มลังเลนิ่งคิด นิ้วเรียวจิ้มปุ่มตัวเลขเล่นอย่างสับสน
หากแต่โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง
ลืมบอกไป...น้องสาวชั้นจะแต่งงานอาทิตย์หน้า มาแสดงความยินดีด้วยตัวเองดีกว่ามั๊ย ?
อ๊ะ !!น้องสาวเหรอ ? ฮงกียิ้มจนตายิบหยี
เขารู้แล้วล่ะ
ว่าเขาควรจะตอบกลับข้อความนั้น...ยังไงดี ~
END ~*
edit @ 11 May 2009 11:54:32 by babysister